สาระน่ารู้

สาเหตุ ปากแห้ง ปากแตก ปากลอก หรือผื่นคันที่ปาก

           ริมฝีปากเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญของทั้งคุณผู้หญิงและผู้ชายทั้งหลาย การดูแลริมฝีปากให้นุ่ม ชุ่มชื่น ดูอวบอิ่ม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่คนส่วนใหญ่ก็มักพบกับปัญหาต่างๆ บริเวณริฝีปาก ไม่ว่าจะเป็นปากแห้ง (Dry lips) ปากแตกหรือปากลอก (Cracked lips) ผื่นคันบริเวณริมฝีปาก (Cheilitis) ผื่นแพ้สัมผัส

สาเหตุเหล่านี้เกิดจาก                   
        1. ผิวหนังอักเสบจากการเลียปากบ่อยๆ (Lip-licking dermatitis)
หลายๆคน อาจจะติดนิสัยเลียริมฝีปากตัวเองบ่อยๆ โดยที่ไม่รู้ตัว จนกลายเป็นความเคยชิน ในบางรายอาจสัมพันธ์กับความเครียดภายในจิตใจ โดยมักพบในเด็กที่มีปัญหากัดริมฝีปาก หรือคล้ายกับการกัดเล็บในเวลาที่เครียดหรือคิดมาก ซึ่งบางคนมักจะเข้าใจผิดคิดว่า เมื่อเราปากแห้งต้องเลียปาก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก แต่ความจริงแล้ว ยิ่งเราเลียปาก ปากของเราก็จะยิ่งแห้งมากขึ้น เนื่องจากเมื่อมีน้ำลายที่ริมฝีปากแล้วระเหยออกไป น้ำลายจะพาเอาความชุ่มชื้นจากริมฝีปากไปด้วย ส่งผลให้เกิดภาวะริมฝีปากแห้งและผื่นผิวหนังอักเสบ ตลอดจนอาการคัน ผื่นผิวหนังอักเสบที่บริเวณริมฝีปาก ที่พบร่วมได้จากการเลียขอบนอกริมฝีปาก 

        2. ลิปสติก ที่มีส่วนผสมทำให้เกิดปัญหา เช่น สี กลิ่น น้ำหอม ลาโนลิน สารให้ความชุ่มชื้น สารกันแดด สารกันบูด menthol หรือโลหะที่ผสมอยู่ในลิปสติก สังเกตได้ง่าย ๆ ว่าถ้าคุณเปลี่ยนลิปสติกแล้วมีปัญหาปากแห้งแตกในทันที ก็มั่นใจได้เลยว่าสาเหตุมาจากลิปสติก ซึ่งการใช้ลิปบาล์มจนติดเป็นนิสัย เพราะสารสำคัญที่ผสมอยู่ในลิปบาล์มทั่วไปจะมีคุณสมบัติดูดความชื้นของริมฝีปากจนทำให้คุณต้องทาลิปบาล์มอยู่บ่อย ๆ

        3. การดื่มน้ำน้อยเกินไป ก็เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากแห้งได้ครับ เพราะร่างกายต้องได้รับน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย ยิ่งในบริเวณริมฝีปากที่สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายแล้ว คุณจึงต้องคอยดื่มน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นอยู่เสมอ       #manaskincare

        4. ยางบางชนิด ทำให้เกิดภาวะปากแห้ง แตก หรือลอกได้ เช่น ไอโซเทรติโนอิน อะแด๊ปพาลีน เทรติโนอิน หากทาต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็จะทำให้ปากแห้งได้เช่นกัน รวมถึงสารยาแก้แพ้หรือยาต้านฮีสตามีน (Antihistamines) ก็ทำให้ปากแห้งได้เช่นกัน แต่ก็ทำให้ปากแห้งได้ไม่มากเท่ายากินกลุ่มวิตามินเอ

        5. อาการผิดปกติของร่างกายต่าง ๆ เช่น อาการร้อนใน เนื่องจากอาการร้อนในจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้นรวมทั้งริมฝีปากด้วย (แก้ได้ด้วยการดื่มน้ำตะไคร้หอม ที่มีสรรพคุณช่วยแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดและอาหารที่มีกรดหรือมีรสเปรี้ยว) เมื่อรับประทานผักผลไม้เสร็จแล้ว แต่ไม่ได้ล้างปากให้สะอาด อีกสาเหตุหนึ่งที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึง เพราะกรดในผลไม้เอเอชเอจะเข้าไปทำลายความชุ่มชื้นที่ริมฝีปาก รวมทั้งเมื่อสัมผัสกับแสงแดดก็จะทำให้ริมฝีปากดำคล้ำขึ้นอีกด้วย #ลิปสติกมานา #manacosmetic 

        6. สาเหตุอื่นๆ เช่น ยาทาเล็บและเล็บ acrylic ในรายที่มีนิสัยชอบกัดเล็บ, ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก หรือยาจำพวกความดันก็มีผลข้างเคียงทำให้ปากแห้งได้เช่นกัน, แพ้อาหารบางประเภท เช่น เปลือกส้ม แคร์รอต มะม่วง มังคุด ลางสาด สับปะรด กะหล่ำดอก ขิง ข่ากระเทียม ผอม ผักชี สะระแหน่, แพ้โลหะหรือวัตถุทั่วไป, แพ้แสงแดด, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, โรคผิวหนังบางชนิด เป็นต้น



การรักษา สำหรับคนที่มีอาการแห้ง แตกมาก

        1. หาสาเหตุของปัญหา โดยทั่วไปแล้ววิธีการแก้ริมฝีปากแห้งแตกก็ไม่ได้ยากอะไรเลย วิธีการก็ไม่ซับซ้อน เพียงแค่คุณสำรวจดูว่าปัญหาปากแห้งแตกนั้นเกิดมาจากสาเหตุใดดังกล่าว เช่น หน้าหนาว เกิดจากการดื่มน้ำน้อย ชอบเลียริมฝีปากตัวเอง ฯลฯ เมื่อพบต้นตอของปัญหาแล้วก็ให้ทำการแก้ไขที่ต้นเหตุนั้น ไม่นานนักปัญหาดังกล่าวก็จะคลี่คลายไปได้เอง ที่นี้เรามาดูกันดีกว่าในข้อถัดไปว่าเราสามารถแก้ริมฝีปากแห้งแตกได้อย่างไรบ้าง

        2. ดื่มน้ำเป็นประจำ โดยดื่มให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้ว และทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ทุกส่วนของผิวหนังรวมทั้งริมฝีปาก อาการริมฝีปากแห้งจะค่อยดี ๆ ขึ้นเอง และยิ่งอายุที่เพิ่มมากขึ้น เซลล์ในร่างกายก็จะยิ่งเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง ยิ่งจำเป็นต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่น้ำในที่นี้ไม่ได้รวมถึงน้ำหวาน น้ำอัดลม ชา กาแฟ และน้ำผลไม้นะครับ พวกนี้มันช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นไม่ได้

        3. เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง โดยหลีกเลี่ยงการเลียปาก เม้มปาก หรือแกะลอกริมฝีปาก เลี่ยงสภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อริมฝีปาก เช่น แสงแดด หรืออากาศเย็น ๆ แห้ง ๆ ส่วนลิปบาล์มนั้นก็ไม่ควรทาเป็นประจำ (แนะนำให้ทาตอนที่ปากแห้งมากจริง ๆ) รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงสารสัมผัสที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น ลิปสติกหรือยาสีฟัน โดยการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อริมฝีปากของคุณ อย่างลิปสติกให้เลือกใช้สีอ่อน ๆ เพราะปริมาณเม็ดสีจะน้อยกว่าแบบสีเข้ม ส่วนยาสีฟันจะหันมาใช้ยาฟันที่เป็นสมุนไพร มีฟองน้อยก็ดีเหมือนกัน หรือเลือกใช้ให้เหมาะกับเราเป็นหลัก

        4. ทาลิปบาล์ม เป็นประจำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากของเราหรือ ลิปสติกมานา ก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากลิป3D Mana ไม่ใส่น้ำหอม สารกันแดด หรือสารกันบูด รวมถึงโลหะหนักอันเป็นสาเหตุหลักของริมฝีปากแห้ง



นอกจากริมฝีปาก สุขภาพภายนอกแล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพภายในด้วยการออกกำลังกายกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ด้วยนะจ๊ะ
ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงาน Manaskincare จ้า


 
#ลิปสติกมานา #3Dlipsmana #manacosmetics #manaskincare #มานาสกินแคร์ 
ติดต่อเรา
Mana Nature Innovation Co., Ltd.
บริษัท มานา เนเจอร์ อินโนเวชั่น จำกัด
ที่อยู่: 735/3 อาคารธัญญาปาร์ค ตึก C ชั้น 2 ถนนศรีนครินทร์ แขวง สวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพ 10250
Address: 735/3 Thayapark Buliding C, 2nd floor, Srinagarindra Rd, Suan Luang, Bangkok 10250

โทรศัพท์: 095-453-5562
Email: manaskincaresofficial@gmail.com
LINE ID: @Manaskincarecenter
FACEBOOK: www.facebook.com/manaskincarecenter